แชร์

ทาสีเองกับจ้างช่าง คุ้มกว่ากันแบบไหน

อัพเดทล่าสุด: 24 ส.ค. 2026
1 ผู้เข้าชม
ทาสีเองกับจ้างช่าง คุ้มกว่ากันแบบไหน – DIY vs Hire a Painter – TNS.HOME
"ทาเองดีไหม" คำถามที่ได้ยินเกือบทุกสัปดาห์

ลูกค้าที่เดินเข้ามาถามว่า "ทาเองดีไหม หรือควรจ้างช่าง" ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากได้คำตอบว่า "ทาเองดีกว่า" หรือ "จ้างช่างดีกว่า" เขาอยากรู้ว่างานของเขาเข้าข่ายแบบไหน

คำตอบตรง ๆ คือ ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกบ้าน ขึ้นอยู่กับขนาดงาน ความสูงของพื้นที่ สภาพผนังเดิม และเวลาที่มี

บทความนี้ไม่ได้เขียนมาเพื่อชวนให้ทาเองหรือชวนให้จ้างช่าง แต่เขียนมาเพื่อให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องมาเสียเวลาแก้งานทีหลัง




เทียบภาพรวม ทาเอง กับ จ้างช่าง

• เหมาะกับงาน
ทาสีเอง — ห้องเดียว ผนังในบ้าน ซ่อมจุดเล็ก พื้นที่เอื้อมถึงโดยไม่ต้องใช้นั่งร้าน
จ้างช่าง — บ้านทั้งหลัง งานที่ต้องขึ้นที่สูง งานที่ต้องลอกสีเก่าเยอะ งานที่มีกำหนดเวลา

• เวลาที่ใช้จริง
ทาสีเอง — มักนานกว่าที่คิด เพราะเป็นมือใหม่และมีเวลาว่างจำกัด
จ้างช่าง — เร็วกว่าเพราะทำเป็นประจำและมีทีมช่วยแบ่งงาน

• ทักษะที่ต้องมี
ทาสีเอง — เก็บขอบ เก็บมุม ผสมสีให้เนื้อสม่ำเสมอ ต้องฝึกมือเอง
จ้างช่าง — มีทักษะและอุปกรณ์เฉพาะทางอยู่แล้ว เช่น นั่งร้านและเครื่องพ่นสี

• ต้นทุนแฝง
ทาสีเอง — ค่าอุปกรณ์ที่ต้องซื้อครั้งแรก และค่าแก้งานถ้าพลาด
จ้างช่าง — ไม่มีค่าอุปกรณ์ แต่ต้องตกลงขอบเขตงานให้ชัดตั้งแต่ต้น ไม่งั้นอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มทีหลัง

• ความรับผิดชอบเมื่อพลาด
ทาสีเอง — แก้เอง เสียเวลาเอง
จ้างช่าง — ส่วนใหญ่มีการรับประกันงานตามที่ตกลงกันไว้


งานแบบไหนที่ทาเองได้จริง

จากที่เห็นลูกค้าทำสำเร็จหน้าร้านมาหลายปี งานที่ทาเองได้ดีมักมีลักษณะร่วมกันคือ

• ห้องเดียวหรือผนังในบ้าน พื้นที่ไม่ใหญ่มาก ควบคุมได้ในวันเดียวหรือสองวัน
• งานซ่อมจุด เช่น ผนังเป็นรอยขีดข่วน สีถลอกเป็นหย่อม ๆ ไม่ต้องรื้อทั้งผืน
• พื้นที่ที่เอื้อมถึงโดยไม่ต้องนั่งร้าน เช่น ผนังภายในที่สูงไม่เกินระดับที่ใช้บันไดสองสามขั้นก็ถึง
• สีเดิมสภาพดี ไม่มีปัญหาลอกร่อน เช็คสภาพสีเดิมก่อนได้ตามที่เขียนไว้ในบทความ ทาสีทับสีเก่า ต้องลอกออกก่อนไหม เช็คเองได้ใน 5 นาที

งานลักษณะนี้ ทาเองแล้วภูมิใจได้จริง และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีถ้าอยากลองทาสีเองครั้งแรก


งานแบบไหนที่ควรจ้างช่าง

ในทางกลับกัน มีงานบางแบบที่จ้างช่างจะจบง่ายกว่าและปลอดภัยกว่ามาก

• บ้านทั้งหลัง ทั้งภายในและภายนอก ปริมาณงานเยอะจนกินเวลาว่างของเจ้าของบ้านหมด
• งานที่ต้องขึ้นที่สูง เช่น ผนังภายนอกสองชั้นขึ้นไป หรือจุดที่ต้องใช้นั่งร้าน เรื่องความปลอดภัยสำคัญกว่าการประหยัดเสมอ
• งานที่ต้องลอกสีเก่าเยอะ เพราะกินแรงและเวลามาก ถ้าไม่แน่ใจว่าอาการผนังที่เห็นเกิดจากอะไร ดูได้ที่บทความ สีลอก พอง ร่อน ด่าง เกิดจากอะไร ดูอาการแล้วรู้สาเหตุ
• งานที่มีกำหนดเวลา เช่น ต้องเสร็จก่อนวันย้ายเข้า หรือก่อนเข้าหน้าฝน ถ้าไทม์ไลน์ตึง จ้างช่างจะควบคุมเวลาได้แน่นอนกว่า อ่านเพิ่มได้ที่บทความ ทาสีบ้านหน้าฝนได้ไหม เช็ค 3 ข้อนี้ก่อนลงมือ




สิ่งที่คนทาเองมักประเมินต่ำไป

จากที่คุยกับลูกค้าที่ทาเองมาหลายร้อยคน มีสามเรื่องที่พลาดซ้ำ ๆ กันเสมอ

1. เวลาเตรียมพื้นผิว มักกินเวลามากกว่าเวลาทาจริง
คนส่วนใหญ่คิดว่างานสีคือการทาสี แต่จริง ๆ ขั้นตอนที่กินเวลาที่สุดคือการเตรียมผนัง ทั้งล้างทำความสะอาด ขัดจุดที่ไม่เรียบ โป๊วรอยแตก และรอให้ผนังแห้งสนิทก่อนลงมือ

2. การเก็บขอบและมุม
เส้นขอบระหว่างผนังกับฝ้า ขอบประตูหน้าต่าง หรือมุมห้อง เป็นจุดที่ต้องใช้ความละเอียดและเวลามากกว่าที่คิด มือใหม่มักทาเลอะขอบแล้วต้องมาแก้ทีหลัง

3. ความเหนื่อยของการทำงานเหนือศีรษะ
ทาฝ้าเพดานหรือผนังสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง เป็นงานที่เมื่อยแขนและคอมากกว่าที่คาดไว้มาก หลายคนทาไปครึ่งวันแรกด้วยแรงเต็มที่ แล้วครึ่งวันหลังฝีมือเริ่มตกเพราะเหนื่อย

ข้อสังเกตจากหน้าร้าน — ลูกค้าที่ทาเองแล้วกลับมาซื้อของเพิ่มรอบสอง ส่วนใหญ่มาด้วยเรื่องเดียวกันคือ ประเมินเวลาเตรียมผนังต่ำไป ไม่ใช่เรื่องฝีมือทาสีเลย หลายคนวางแผนไว้ว่าจะทาเสร็จในวันเดียว แต่พอเริ่มขัดผนังจริงถึงรู้ว่าต้องใช้เวลาเตรียมพื้นผิวเกือบเท่ากับเวลาทาสี สุดท้ายต้องแบ่งงานเป็นสองสามรอบ แล้วกลับมาซื้อสีเพิ่มเพราะสีที่ผสมไว้รอบแรกไม่พอกับพื้นที่ที่เหลือ




ต้นทุนแฝงของการทาเอง

นอกจากค่าสีแล้ว การทาเองครั้งแรกมักมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้า

• ค่าอุปกรณ์ที่ต้องซื้อครั้งแรก แปรง ลูกกลิ้ง ถาดสี เทปกาวกระดาษ ผ้าคลุมพื้น กระดาษทราย และโป๊ว ถ้าไม่มีของเดิมอยู่แล้วต้องซื้อครบชุด อ่านรายละเอียดอุปกรณ์แต่ละชิ้นได้ที่บทความ อุปกรณ์ทาสีบ้าน มีอะไรบ้าง เลือกยังไงให้ครบ
• ค่าแก้งานถ้าพลาด เช่น ทาสีผสมไม่พอแล้วเฉดเพี้ยนตอนซื้อเพิ่ม หรือเก็บขอบเลอะจนต้องซื้อสีมาทาทับแก้ อ่านวิธีคำนวณปริมาณสีให้พอตั้งแต่ครั้งแรกได้ที่บทความ ทาสีบ้านใช้สีกี่ถัง คำนวณเองได้ใน 3 ขั้นตอน

ข้อแลกเปลี่ยน ทาเองประหยัดค่าแรงได้จริง แต่ต้องแลกกับเวลาส่วนตัวที่หายไปทั้งวันหยุด และความเสี่ยงที่ต้องแก้งานเองถ้าพลาด ถ้าเป็นบ้านหลังแรกและไม่เคยทาสีมาก่อน ลองเริ่มจากห้องเล็ก ๆ ก่อนจะดีกว่าลงมือกับบ้านทั้งหลังเลย


ถ้าจะจ้างช่าง ควรตกลงอะไรกันให้ชัดก่อนเริ่ม

จ้างช่างไม่ได้แปลว่าจบง่ายเสมอไป งานส่วนใหญ่ที่มีปัญหาทีหลัง มักเริ่มจากตกลงกันไม่ชัดตั้งแต่แรก

1. ขอบเขตงานเตรียมพื้นผิว ตกลงให้ชัดว่ารวมการขัด ล้าง โป๊วรอยร้าว และลอกสีเก่าหรือไม่ เพราะงานเตรียมพื้นผิวเป็นส่วนที่กินเวลาที่สุดของงานสีเสมอ

2. จำนวนเที่ยวที่ทา งานทั่วไปคือรองพื้น 1 เที่ยว แล้วทาสีทับหน้า 2 เที่ยว ถ้าเปลี่ยนจากสีเข้มเป็นสีอ่อนมาก อาจต้องเพิ่มเป็น 3 เที่ยว ควรตกลงจำนวนเที่ยวไว้ในงานตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาต่อรองทีหลัง

3. ใครเป็นคนซื้อสี ถ้าเจ้าของบ้านซื้อเอง จะเลือกยี่ห้อและรุ่นได้ตามใจ และรู้แน่ชัดว่าใช้สีอะไรไปบ้าง ถ้าให้ช่างจัดหาให้ ควรขอดูฉลากหรือชื่อรุ่นที่ใช้จริงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เผื่อต้องซื้อเพิ่มให้ตรงเฉดในอนาคต

ข้อแลกเปลี่ยน จ้างช่างประหยัดเวลาและแรงกายได้มาก แต่ต้องใช้เวลาคุยรายละเอียดให้ชัดตั้งแต่ต้น ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ไป มักตามมาด้วยความเข้าใจไม่ตรงกันเรื่องขอบเขตงานทีหลัง


เลือกยังไงให้ถูก

ถามตัวเอง 3 ข้อนี้พอ

1. งานนี้ต้องขึ้นที่สูงหรือใช้นั่งร้านไหม
ต้องใช้ ให้จ้างช่าง เพราะเรื่องความปลอดภัยสำคัญกว่าการประหยัด ไม่ต้องใช้ ทาเองได้ถ้ามีเวลาว่างพอ

2. มีเวลาว่างต่อเนื่องกี่วัน
มีแค่วันเดียวหรือสองวันสั้น ๆ แต่พื้นที่ใหญ่ ควรจ้างช่าง เพราะงานเตรียมพื้นผิวเพียงอย่างเดียวก็อาจใช้เวลาเกินกว่าที่มี มีเวลาต่อเนื่องหลายวัน ทาเองได้สบายกว่า

3. สภาพผนังเดิมเป็นอย่างไร
สีเดิมสภาพดี ไม่ลอกไม่ร่อน ทาเองได้เลย สีเดิมมีปัญหาเยอะจนต้องลอกทั้งผืน ควรจ้างช่างที่มีอุปกรณ์และประสบการณ์จัดการงานเตรียมพื้นผิวโดยเฉพาะ


คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย

ทาสีเองแล้วผลลัพธ์จะสวยเท่าช่างไหม
ถ้าเป็นผนังเรียบธรรมดาและเตรียมพื้นผิวดี ทาเองก็ได้ผลลัพธ์ที่สวยได้ไม่ต่างมาก ความต่างส่วนใหญ่อยู่ที่ความเร็วและความเนียนของขอบมุม ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝึกมือได้

ควรลองทาห้องเล็กก่อนไหม ถ้าไม่เคยทาสีมาก่อน
ควรมาก ลองกับห้องเล็กหรือผนังจุดเดียวก่อน จะได้รู้ว่าตัวเองใช้เวลาต่อพื้นที่ประมาณเท่าไหร่ แล้วค่อยประเมินว่าจะทาบ้านทั้งหลังเองไหวหรือควรจ้างช่างต่อ

ทาเองครึ่งหนึ่ง จ้างช่างอีกครึ่งได้ไหม
ได้ครับ หลายบ้านเลือกทาส่วนที่เอื้อมถึงเองอย่างผนังภายในชั้นล่าง แล้วจ้างช่างเฉพาะจุดที่ต้องขึ้นที่สูงหรืองานภายนอก วิธีนี้ช่วยประหยัดได้บางส่วนโดยไม่เสี่ยงเรื่องความปลอดภัย

ถ้าจ้างช่างแล้วอยากช่วยลดงาน ทำอะไรได้บ้าง
เตรียมพื้นที่ให้โล่ง ย้ายเฟอร์นิเจอร์ออกจากผนังที่จะทา และคลุมพื้นเองไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยลดเวลาหน้างานลงได้พอสมควรโดยไม่ต้องแตะงานสีเลย


สรุป

ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกบ้าน มีแต่คำตอบที่เหมาะกับงานตรงหน้า

ทาเองเหมาะกับ ห้องเดียว งานซ่อมจุด และพื้นที่ที่เอื้อมถึงโดยไม่ต้องใช้นั่งร้าน
จ้างช่างเหมาะกับ บ้านทั้งหลัง งานที่ต้องขึ้นที่สูง งานที่ต้องลอกสีเก่าเยอะ และงานที่มีกำหนดเวลา
จุดที่คนทาเองพลาดบ่อยที่สุด คือประเมินเวลาเตรียมพื้นผิวต่ำไป ไม่ใช่เรื่องฝีมือ
ถ้าจ้างช่าง ตกลงขอบเขตงานเตรียมพื้นผิว จำนวนเที่ยวที่ทา และใครซื้อสี ให้ชัดตั้งแต่ต้น


ปรึกษาก่อนซื้อกับ TNS.HOME

ALL PAINT, ONE PLACE สีครบ จบที่เดียว

ร้านสีที่อยู่คู่ย่านนี้มากว่า 25 ปี จำหน่ายสีครบทุกแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง TOA, Jotun, Beger, Nippon Paint, Dulux และ Pammastic พร้อมเครื่องผสมสีและพัดสีครบ

ไม่ว่าจะทาเองหรือให้ช่างทา บอกขนาดพื้นที่และสภาพผนังมาได้ เราช่วยเลือกรุ่น คำนวณจำนวนถัง และจัดรองพื้นให้ครบในรอบเดียว ไม่ต้องกลับมาซื้อเพิ่มทีหลัง

ทักมาคุยได้ที่ LINE: @tnshome
https://lin.ee/nIbPPrD

หรือโทร 095-494-3339

บทความที่เกี่ยวข้อง
เลือกเฉดสีบ้านยังไงไม่ให้ผิดหวังตอนทาเสร็จ – How to Choose Paint Colour – TNS.HOME
เลือกเฉดในร้านว่าสวยแล้ว แต่พอทาขึ้นผนังจริงกลับดูเข้มกว่า สว่างกว่า หรือคนละอารมณ์กับที่คิดไว้ นี่ไม่ใช่เพราะผสมสีผิด แต่เป็นเรื่องปกติที่มีคำอธิบาย บทความนี้สรุปว่าทำไมสีบนผนังถึงไม่เหมือนในพัดสี และวิธีทดสอบก่อนตัดสินใจที่ใช้เงินหลักร้อยแทนการเสียใจหลักหมื่น
23 ส.ค. 2026
มอก. 2514-2564 คือมาตรฐานสีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ อธิบายว่ามาตรฐานนี้วัดอะไร ต่างจาก มอก. ตัวอื่นยังไง และวิธีเช็คก่อนซื้อ โดย TNS.HOME
คำว่าสีกันร้อนบนกระป๋องไม่มีใครควบคุม ใครจะเขียนก็เขียนได้ แต่ มอก. 2514-2564 คือมาตรฐานสีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ของไทย ที่กำหนดว่าสีแบบไหนจึงจะเรียกตัวเองว่าลดความร้อนได้จริง บทความนี้อธิบายว่ามาตรฐานนี้วัดอะไร ต่างจาก มอก. ตัวอื่นตรงไหน วิธีตรวจสอบก่อนซื้อ และสิ่งที่มาตรฐานนี้ไม่ได้บอก
23 ส.ค. 2026
ทาสีบ้านหน้าฝนได้ไหม เช็ค 3 ข้อก่อนลงมือ – Painting House in Rainy Season – TNS.HOME
หน้าฝนไม่ได้แปลว่าห้ามทาสี แต่แปลว่าต้องเช็คให้ครบก่อนลงมือ ปัญหาจริงไม่ได้อยู่ที่ฝนที่ตกลงมา แต่อยู่ที่ความชื้นที่ค้างอยู่ในเนื้อผนัง บทความนี้สรุปว่าต้องเช็คอะไรบ้าง เช็คยังไงถ้าไม่มีเครื่องวัด เลือกรองพื้นตัวไหนให้ทนความชื้นไหว และงานแบบไหนที่ควรรอไปก่อนดีกว่า
23 ส.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy