มอก. 2514-2564 คืออะไร มาตรฐานสีลดความร้อนที่ควรรู้ก่อนซื้อสีทาบ้าน
อัพเดทล่าสุด: 23 ส.ค. 2026
22 ผู้เข้าชม


คำว่า "กันร้อน" บนกระป๋องสี ไม่มีใครควบคุม
ลูกค้าที่เดินเข้ามาหาสีทาบ้านภายนอกช่วงหน้าร้อน เกือบทุกคนถามคำเดียวกันว่า "มีสีกันร้อนไหม"
ปัญหาคือคำว่ากันร้อน สะท้อนความร้อน cool หรือ heat shield เป็นชื่อทางการตลาด ไม่มีข้อกำหนดควบคุมว่าต้องทำได้แค่ไหนถึงจะเขียนได้ กระป๋องละพันกับกระป๋องละสามพันเขียนคำเดียวกันได้ทั้งคู่
สิ่งเดียวที่มีเกณฑ์กลางคือเลขมาตรฐาน และเลขที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงคือ มอก. 2514-2564
มอก. 2514-2564 คืออะไร
มอก. 2514-2564 คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ชื่อเต็มว่า "สีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์" กำหนดโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564
หน้าที่ของมาตรฐานคือกำหนดเกณฑ์กลางว่าสีอิมัลชันแบบไหนถึงจะเรียกได้ว่าลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้จริง เพื่อให้ผู้ซื้อมีอะไรเทียบนอกจากคำโฆษณา
ตัวเลขหลังขีดคือปี พ.ศ. ที่ประกาศใช้ ไม่ใช่รหัสสินค้าหรือรุ่น
ทำไมเลข 2553 ถึงยังโผล่บนฉลากบางกระป๋อง
มาตรฐานนี้มีสองฉบับ
มอก. 2514-2553 คือฉบับแรก
มอก. 2514-2564 คือฉบับปรับปรุงที่ใช้อยู่ปัจจุบัน
ถ้าเจอกระป๋องที่ระบุ 2514-2553 นั่นคืออ้างอิงฉบับเก่า ซึ่งไม่ได้แปลว่าสีไม่ดี แต่แปลว่าข้อมูลบนฉลากยังไม่ได้อัปเดตตามฉบับปัจจุบัน
จุดนี้ควรถามคนขายให้ชัด เพราะบางกรณีเป็นสต็อกเก่าที่ผลิตก่อนมาตรฐานใหม่ประกาศ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่บางกรณีก็คือยังไม่ได้ขอใบอนุญาตตามฉบับใหม่
มาตรฐานนี้วัดอะไรกันแน่
เกณฑ์ตัดสินหลักคือ ค่าการสะท้อนรังสีอาทิตย์ ของฟิล์มสี วัดในห้องปฏิบัติการตามวิธีที่มาตรฐานกำหนด ถ้าค่าที่วัดได้ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ผู้ผลิตจะไม่ได้รับใบอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน
นอกจากค่าสะท้อน มาตรฐานยังควบคุมเรื่องอื่นด้วย ได้แก่ คุณสมบัติพื้นฐานของฟิล์มสี ข้อจำกัดปริมาณสารอันตรายและโลหะหนัก และข้อมูลที่ต้องแสดงบนภาชนะบรรจุ
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด
มาตรฐานนี้วัดว่า "ฟิล์มสีสะท้อนรังสีอาทิตย์ได้เท่าไหร่" ไม่ได้วัดว่า "บ้านเย็นลงกี่องศา"
สองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันแต่ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน เพราะอุณหภูมิในบ้านขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่างที่สีคุมไม่ได้ ทั้งฉนวนหลังคา การระบายอากาศใต้หลังคา ทิศทางบ้าน ขนาดและชนิดกระจก และร่มเงารอบบ้าน
มอก. ตัวไหนคุมอะไรบ้าง
สีทาบ้านหนึ่งกระป๋องได้หลายมาตรฐานพร้อมกันได้ และแต่ละเลขคุมคนละเรื่อง เห็นเครื่องหมาย มอก. อย่าเพิ่งเหมาว่าเป็นสีกันร้อน
มอก. 2514-2564 สีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์
คุมเรื่องการสะท้อนรังสีอาทิตย์ เป็นตัวชี้ขาดว่าเป็นสีลดความร้อนหรือไม่
มอก. 2321-2564 สีอิมัลชันทนสภาวะอากาศ
คุมความทนแดดทนฝนของฟิล์มสี
มอก. 272-2564 สีอิมัลชันใช้งานทั่วไป
คุมคุณสมบัติพื้นฐานของสีน้ำทั่วไป
มอก. 1123-2555 สีรองพื้นสำหรับงานปูน
คุมคุณสมบัติของสีรองพื้น ไม่เกี่ยวกับสีทับหน้า
คำแนะนำจากหน้าร้าน — สีทาภายนอกที่คุ้มค่าจริงควรได้ทั้ง มอก. 2514-2564 และ มอก. 2321-2564 เพราะสะท้อนความร้อนได้อย่างเดียวแต่ฟิล์มเสื่อมเร็ว สุดท้ายก็ต้องทาใหม่อยู่ดี
"ผ่านการทดสอบตาม มอก." กับ "ได้เครื่องหมาย มอก." ไม่เหมือนกัน
ข้อนี้สำคัญที่สุดในบทความ และเป็นจุดที่ฉลากทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายที่สุด
ผ่านการทดสอบ หมายถึงส่งตัวอย่างไปวัดค่าแล้วผลออกมาถึงเกณฑ์
ได้เครื่องหมาย มอก. หมายถึงได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. ซึ่งนอกจากผลทดสอบแล้ว ยังต้องผ่านการตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานด้วย
ฉลากที่เขียนแค่ว่า "ผ่านการทดสอบตาม มอก. 2514-2564" โดยไม่มีเครื่องหมาย มอก. จึงยังไม่เท่ากับได้รับการรับรอง
4 จุดที่ควรระวังบนฉลาก
1. เขียนแค่คำว่ากันร้อน cool หรือสะท้อนความร้อน แต่ไม่มีเลขมาตรฐาน
คำเหล่านี้ไม่มีข้อกำหนดควบคุม เขียนได้โดยไม่ต้องพิสูจน์อะไร
2. อ้างเลข มอก. 2514-2553
เป็นฉบับเก่า ฉบับปัจจุบันคือ 2514-2564
3. แสดง % สะท้อนความร้อน โดยไม่บอกว่าวัดด้วยวิธีไหน
ตัวเลขที่ไม่ระบุวิธีวัด เอาไปเทียบข้ามยี่ห้อไม่ได้
4. แสดงเลข มอก. ตัวอื่นในบริบทของสีกันร้อน
เช่น เห็น มอก. 272-2564 แล้วเข้าใจว่าเป็นมาตรฐานสีลดความร้อน ทั้งที่เป็นมาตรฐานสีอิมัลชันใช้งานทั่วไป
ค่า SRI ไม่ใช่ค่าเดียวกับที่ มอก. ใช้
ในสเปกสินค้าบางตัวจะเห็นค่า SRI หรือ Solar Reflectance Index ซึ่งเป็นค่าดัชนีตามมาตรฐานสากล ASTM E1980 ที่รวมทั้งการสะท้อนและการคายความร้อนเข้าด้วยกัน
ส่วน มอก. 2514-2564 ใช้ค่าการสะท้อนรังสีอาทิตย์ ซึ่งเป็นคนละค่า
ผลคือ ถ้าจะเทียบสองยี่ห้อ ต้องเทียบค่าชนิดเดียวกันเท่านั้น เอาค่า SRI ของยี่ห้อหนึ่งไปเทียบกับค่าการสะท้อนของอีกยี่ห้อ แล้วสรุปว่าตัวไหนดีกว่า เป็นการเทียบที่ไม่มีความหมาย
วิธีเช็คก่อนซื้อ ทำได้ 3 ระดับ
ระดับที่ 1 ดูที่ฉลากกระป๋อง
ต้องเห็นเลข "มอก. 2514-2564" ระบุชัดเจน พร้อมเครื่องหมายมาตรฐาน ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
ระดับที่ 2 ดูหน้าเว็บผู้ผลิต
ผู้ผลิตรายใหญ่ส่วนมากมีหน้ารวมรายการมาตรฐานที่ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นได้รับ ให้เทียบกับที่เห็นบนกระป๋องอีกชั้น ถ้าไม่ตรงกัน ให้ยึดตามที่ตรวจสอบกับ สมอ.
ระดับที่ 3 ตรวจสอบกับ สมอ. โดยตรง
แม่นที่สุด เพราะเป็นข้อมูลราชการ
สมอ. มีระบบฐานข้อมูลใบอนุญาตออนไลน์ที่ค้นได้ว่าโรงงานไหนได้รับใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานเลขที่ 2514-2564 บ้าง เข้าที่เว็บ tisi.go.th แล้วค้นจากเลขมาตรฐาน 2514
ข้อควรรู้ ใบอนุญาตออกให้กับโรงงานตามมาตรฐาน ไม่ได้ระบุเป็นรายรุ่นสินค้าเสมอไป ถ้าอยากรู้ว่ารุ่นที่จะซื้อได้จริงหรือไม่ ให้ดูที่กระป๋องประกอบด้วย
สิ่งที่ มอก. 2514-2564 ไม่ได้บอก
มาตรฐานมีประโยชน์ แต่มีขอบเขต ควรรู้ว่ามันไม่ได้ตอบอะไรบ้าง
ไม่ได้บอกว่าบ้านจะเย็นลงกี่องศา
วัดค่าที่ฟิล์มสี ไม่ได้วัดที่บ้านจริง
ไม่ได้บอกว่าสียี่ห้อไหนดีกว่ากัน
เป็นเกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่ใช่การจัดอันดับ สองยี่ห้อที่ได้มาตรฐานเดียวกันอาจมีค่าที่วัดได้ต่างกัน
ไม่ได้บอกว่าสีจะอยู่ทนกี่ปี
เรื่องความทนทานอยู่ที่ มอก. 2321-2564 คนละตัวกัน
ไม่ได้บอกว่าเฉดสีที่คุณเลือกจะสะท้อนได้เท่าไหร่
สีอ่อนสะท้อนได้มากกว่าสีเข้มโดยธรรมชาติ การเลือกเฉดจึงมีผลต่อความร้อนไม่แพ้ตัวสูตรสี
ไม่ได้บอกว่าจะประหยัดค่าไฟเท่าไหร่
ขึ้นกับฉนวน การระบายอากาศ ทิศบ้าน และพฤติกรรมการใช้แอร์
สรุปสำหรับคนที่จะไปซื้อสี
ถ้ามีเวลาจำกัด จำ 3 ข้อนี้พอ
1. มองหาเลข มอก. 2514-2564 บนกระป๋อง ไม่ใช่แค่คำว่ากันร้อน
2. สีทาภายนอกที่คุ้มควรได้ มอก. 2321-2564 ควบคู่ไปด้วย
3. เฉดสีที่เลือกมีผลกับความร้อนไม่แพ้ตัวสูตรสี ยิ่งอ่อนยิ่งสะท้อนได้มาก
และข้อสุดท้ายที่ไม่ค่อยมีใครพูด — ถ้าบ้านร้อนเพราะไม่มีฉนวนหลังคาหรือใต้หลังคาระบายอากาศไม่ได้ สีช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ก่อนตัดสินใจจ่ายส่วนต่างค่าสี ลองดูก่อนว่าปัญหาอยู่ตรงไหนจริง ๆ
ปรึกษาเรื่องสีทาบ้านกับ TNS.HOME
ALL PAINT, ONE PLACE สีครบ จบที่เดียว
ร้านสีที่อยู่คู่ย่านนี้มากว่า 25 ปี จำหน่ายสีครบทุกแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง TOA, Jotun, Beger, Nippon Paint, Dulux และ Pammastic
ข้อดีของการมาที่ร้านที่ขายหลายแบรนด์คือ เราหยิบกระป๋องมาเทียบเลข มอก. ให้ดูกันตรงหน้าได้เลย ไม่ต้องเชื่อคำโฆษณาของใครฝ่ายเดียว
ทักมาคุยได้ที่ LINE: @tnshome
https://lin.ee/nIbPPrD
หรือโทร 095-494-3339
บอกลักษณะบ้าน ทิศที่โดนแดด และงบที่วางไว้ ทีมงานช่วยเทียบให้ว่ารุ่นไหนคุ้มกว่าสำหรับงานของคุณ
บทความที่เกี่ยวข้อง
หน้าฝนไม่ได้แปลว่าห้ามทาสี แต่แปลว่าต้องเช็คให้ครบก่อนลงมือ ปัญหาจริงไม่ได้อยู่ที่ฝนที่ตกลงมา แต่อยู่ที่ความชื้นที่ค้างอยู่ในเนื้อผนัง บทความนี้สรุปว่าต้องเช็คอะไรบ้าง เช็คยังไงถ้าไม่มีเครื่องวัด เลือกรองพื้นตัวไหนให้ทนความชื้นไหว และงานแบบไหนที่ควรรอไปก่อนดีกว่า
23 ส.ค. 2026
ทาเองได้จริงในบางงาน แต่ไม่ใช่ทุกงาน บทความนี้ช่วยตัดสินใจอย่างตรงไปตรงมาว่างานแบบไหนทาเองได้ งานแบบไหนควรจ้างช่าง พร้อมสิ่งที่คนทาเองมักประเมินต่ำไปที่สุด และถ้าจะจ้างช่าง ต้องตกลงอะไรกันให้ชัดก่อนเริ่มงาน
24 ส.ค. 2026
รองพื้นคือชั้นที่คนตัดออกเป็นอันดับแรกเวลาอยากประหยัด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้สีลอกภายในไม่กี่ปี ปูนใหม่ ปูนเก่า และผนังชื้น ต้องใช้รองพื้นคนละตัวกัน บทความนี้สรุปว่ามีกี่แบบ ต่างกันตรงไหน และผนังของคุณควรใช้ตัวไหน
23 ส.ค. 2026


