แชร์

ทาสีบ้านใช้สีกี่ถัง คำนวณเองได้ใน 3 ขั้นตอน

อัพเดทล่าสุด: 23 ส.ค. 2026
3 ผู้เข้าชม
ทาสีบ้านใช้สีกี่ถัง คำนวณเองได้ใน 3 ขั้นตอน – How to Calculate Paint Quantity – TNS.HOME
ซื้อขาดกับซื้อเกิน อย่างไหนเจ็บกว่ากัน

ลูกค้าที่มาซื้อสีเพิ่มกลางคัน มักมาด้วยประโยคเดียวกันว่า "ขาดอีกนิดเดียว"

ปัญหาคือถ้าเป็นสีที่ผสมจากเครื่อง การผสมคนละล็อตอาจได้เฉดต่างจากเดิมนิดหน่อย ซึ่งบนผนังผืนใหญ่ที่ทาต่อกัน จะเห็นเป็นรอยต่อชัดมาก โดยเฉพาะเวลาแดดส่อง

ส่วนซื้อเกิน ก็เสียเงินไปกับถังที่ค้างบ้านอยู่หลายปีจนสีเสื่อมสภาพ

ทางที่ดีที่สุดคือคำนวณให้ใกล้เคียงตั้งแต่แรก แล้วเผื่อไว้พอดี ๆ ในการซื้อครั้งเดียว บทความนี้สอนวิธีคิดแบบที่เราใช้คำนวณให้ลูกค้าหน้าร้าน




ขั้นที่ 1 — วัดพื้นที่ผนัง

สูตรพื้นฐานที่ TOA ใช้คือ

พื้นที่ผนัง = 2 x (ความกว้าง + ความยาว) x ความสูง

ตัวอย่างห้องกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 2.6 เมตร
2 x (4 + 6) x 2.6 = 52 ตารางเมตร

ถ้าเป็นการทาภายนอกทั้งหลัง ให้วัดความยาวรอบตัวบ้านคูณความสูงจากพื้นถึงชายคา แล้วคิดทีละด้านจะแม่นกว่า เพราะบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมเป๊ะ


ขั้นที่ 2 — หักพื้นที่ที่ไม่ได้ทา

ประตู หน้าต่าง และช่องเปิดต่าง ๆ ไม่ต้องใช้สี ให้เอาออกจากพื้นที่รวม

พื้นที่ทาจริง = พื้นที่ผนัง − (พื้นที่ประตู + พื้นที่หน้าต่าง)

ขนาดที่ใช้ประมาณได้ถ้าไม่อยากวัดทีละบาน
• ประตูบานมาตรฐาน ประมาณ 1.7 ตารางเมตรต่อบาน
• หน้าต่างบานเลื่อนทั่วไป ประมาณ 1.5-2 ตารางเมตรต่อบาน

ข้อสังเกตจากหน้าร้าน — ถ้าประตูหน้าต่างในบ้านมีไม่เยอะ หลายคนเลือกไม่หักออกเลย แล้วใช้ส่วนเกินนั้นเป็นสีเผื่อไปในตัว วิธีนี้ใช้ได้และง่ายกว่า แต่ถ้าบ้านมีกระจกเยอะอย่างบ้านสมัยใหม่ ต้องหักออกจริง ไม่งั้นจะซื้อเกินไปมาก


ขั้นที่ 3 — แปลงเป็นจำนวนถัง

TOA ระบุพื้นที่ที่ทาได้ต่อหนึ่งเที่ยวไว้ดังนี้

• 1/4 แกลลอน — 8-9 ตารางเมตร เหมาะกับทาซ่อมจุดเล็ก ทดลองสีจริงก่อนตัดสินใจ
• 1 แกลลอน — 30-35 ตารางเมตร เหมาะกับห้องเดียว หรืองานเก็บรายละเอียด
• 2.5 แกลลอน (ถังเล็ก) — 75-80 ตารางเมตร เหมาะกับบ้านหลังเล็ก หรือทาเฉพาะบางส่วน
• 5 แกลลอน (ถังใหญ่) — 150-160 ตารางเมตร เหมาะกับทาทั้งหลัง คุ้มที่สุดต่อพื้นที่

อย่าลืมคูณจำนวนเที่ยว ตัวเลขข้างบนคือต่อหนึ่งเที่ยว งานสีจริงส่วนใหญ่ทาสีทับหน้า 2 เที่ยว ดังนั้นพื้นที่ 100 ตารางเมตร ต้องใช้สีเท่ากับ 200 ตารางเมตรของตัวเลขในตาราง

นี่คือจุดที่คนคำนวณพลาดมากที่สุด ซื้อไปครึ่งเดียวของที่ต้องใช้จริง



ตัวอย่างคำนวณบ้านจริง

บ้านสองชั้น ความยาวรอบบ้าน 40 เมตร สูงจากพื้นถึงชายคา 6 เมตร มีประตู 2 บาน หน้าต่าง 10 บาน ต้องการทาภายนอกใหม่ทั้งหลัง

1. พื้นที่ผนังรวม 40 x 6 = 240 ตารางเมตร
2. หักช่องเปิด ประตู 2 x 1.7 = 3.4 และหน้าต่าง 10 x 1.8 = 18 รวม 21.4
240 − 21.4 = 218.6 ตารางเมตร
3. คูณ 2 เที่ยว 218.6 x 2 = 437.2 ตารางเมตรของเนื้อสีที่ต้องใช้
4. แปลงเป็นถัง ถังใหญ่ 5 แกลลอนทาได้ราว 150-160 ตารางเมตรต่อเที่ยว
437.2 ÷ 155 = ประมาณ 2.8 ถัง
5. เผื่ออีก 10-15% สำหรับสีที่เสียไประหว่างทาและงานเก็บรอย
สรุปคือ ซื้อถังใหญ่ 3 ถัง กำลังพอดี

และอย่าลืมว่ายังต้องบวกสีรองพื้นอีกต่างหาก ซึ่งคิดจากพื้นที่เดียวกันแต่ปกติทาเที่ยวเดียว อ่านเรื่องเลือกรองพื้นได้ที่บทความ สีรองพื้นมีกี่แบบ เลือกยังไงให้ถูกกับผนัง


3 เรื่องที่ทำให้สีหมดเร็วกว่าที่คำนวณ

1. ผนังฉาบหยาบหรือผนังเก่าที่ดูดสี
ตัวเลขบนฉลากมาจากการทดสอบบนผิวเรียบมาตรฐาน ผนังจริงที่หยาบหรือเคยผุกร่อนจะกินสีมากกว่านั้น

2. เปลี่ยนจากสีเข้มเป็นสีอ่อน
ทา 2 เที่ยวมักไม่พอ ต้องเพิ่มเป็น 3 เที่ยวถึงจะกลบสีเดิมมิด ให้เผื่อสีไว้ตั้งแต่ตอนซื้อ

3. ทาด้วยแปรงหรือลูกกลิ้งขนยาว
กินสีมากกว่าการพ่นหรือลูกกลิ้งขนสั้น ถ้าใช้ช่างพ่น จะประหยัดกว่าเล็กน้อย


เลือกยังไงให้ถูก

ถามตัวเอง 3 ข้อนี้พอ

1. ทาทั้งหลังหรือเฉพาะบางส่วน
ทั้งหลังให้เริ่มคำนวณจากถังใหญ่ 5 แกลลอนเสมอ เพราะคุ้มที่สุดต่อพื้นที่ ทาบางส่วนค่อยใช้ถังเล็ก

2. เปลี่ยนสีจากเดิมมากไหม
เปลี่ยนจากเข้มเป็นอ่อน ให้บวกจำนวนเที่ยวเป็น 3 ตั้งแต่ตอนคำนวณ

3. ใช้สีผสมจากเครื่องหรือสีสำเร็จในกระป๋อง
สีผสมต้องผสมให้พอทั้งงานในครั้งเดียว ส่วนสีสำเร็จซื้อเพิ่มทีหลังได้ ความเสี่ยงเรื่องเฉดเพี้ยนน้อยกว่ามาก


คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย

ซื้อเผื่อเท่าไหร่ถึงพอดี
เผื่อ 10-15% ของที่คำนวณได้ กำลังดี เผื่อมากกว่านั้นจะเหลือค้างบ้านโดยไม่จำเป็น

สีที่เหลือเก็บได้นานแค่ไหน
ถ้าปิดฝาแน่นและเก็บในที่ร่มไม่โดนแดด เก็บได้เป็นปี แต่สีที่ผสมเฉดพิเศษไว้แล้ว ยิ่งเก็บนานยิ่งเสี่ยงเรื่องการแยกชั้น ควรใช้ให้หมดในงานเดียว

ทาสีจริงต้องกี่เที่ยว
งานทั่วไปคือรองพื้น 1 เที่ยว แล้วทาสีทับหน้า 2 เที่ยว ถ้าเปลี่ยนจากสีเข้มเป็นสีอ่อนมาก ให้เผื่อเป็น 3 เที่ยว

ให้ร้านคำนวณให้ได้ไหม
ได้ครับ นี่คือสิ่งที่เราทำให้ลูกค้าทุกวัน บอกขนาดพื้นที่หรือถ่ายรูปบ้านมา พร้อมบอกว่าจะเปลี่ยนจากสีอะไรเป็นสีอะไร เราคำนวณให้ครบทั้งรองพื้นและสีทับหน้า


สรุป

คำนวณสีมีแค่ 3 ขั้น คือวัดพื้นที่ หักช่องเปิด แล้วแปลงเป็นถังโดยคูณจำนวนเที่ยว

จุดพลาดอันดับหนึ่ง คือลืมคูณจำนวนเที่ยว ทำให้ซื้อไปได้แค่ครึ่งเดียว
จุดพลาดอันดับสอง คือลืมบวกสีรองพื้นเข้าไปในงบ
สีผสมเฉดพิเศษ ต้องผสมให้พอทั้งงานในครั้งเดียว


ปรึกษาก่อนซื้อกับ TNS.HOME

ALL PAINT, ONE PLACE สีครบ จบที่เดียว

ร้านสีที่อยู่คู่ย่านนี้มากว่า 25 ปี จำหน่ายสีครบทุกแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง TOA, Jotun, Beger, Nippon Paint, Dulux และ Pammastic พร้อมเครื่องผสมสีและพัดสีครบ

บอกขนาดพื้นที่มา หรือถ่ายรูปบ้านมาให้ดู เราคำนวณจำนวนถังให้ครบทั้งรองพื้นและสีทับหน้า จัดของให้จบในรอบเดียว ไม่ต้องกลับมาซื้อเพิ่มทีหลัง

ทักมาคุยได้ที่ LINE: @tnshome
https://lin.ee/nIbPPrD

หรือโทร 095-494-3339

บทความที่เกี่ยวข้อง
สีรองพื้นมีกี่แบบ เลือกยังไงให้ถูกกับผนัง – Paint Primer Guide – TNS.HOME
รองพื้นคือชั้นที่คนตัดออกเป็นอันดับแรกเวลาอยากประหยัด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้สีลอกภายในไม่กี่ปี ปูนใหม่ ปูนเก่า และผนังชื้น ต้องใช้รองพื้นคนละตัวกัน บทความนี้สรุปว่ามีกี่แบบ ต่างกันตรงไหน และผนังของคุณควรใช้ตัวไหน
23 ส.ค. 2026
มอก. 2514-2564 คือมาตรฐานสีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ อธิบายว่ามาตรฐานนี้วัดอะไร ต่างจาก มอก. ตัวอื่นยังไง และวิธีเช็คก่อนซื้อ โดย TNS.HOME
คำว่าสีกันร้อนบนกระป๋องไม่มีใครควบคุม ใครจะเขียนก็เขียนได้ แต่ มอก. 2514-2564 คือมาตรฐานสีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ของไทย ที่กำหนดว่าสีแบบไหนจึงจะเรียกตัวเองว่าลดความร้อนได้จริง บทความนี้อธิบายว่ามาตรฐานนี้วัดอะไร ต่างจาก มอก. ตัวอื่นตรงไหน วิธีตรวจสอบก่อนซื้อ และสิ่งที่มาตรฐานนี้ไม่ได้บอก
23 ส.ค. 2026
ทาสีบ้านหน้าฝนได้ไหม เช็ค 3 ข้อก่อนลงมือ – Painting House in Rainy Season – TNS.HOME
หน้าฝนไม่ได้แปลว่าห้ามทาสี แต่แปลว่าต้องเช็คให้ครบก่อนลงมือ ปัญหาจริงไม่ได้อยู่ที่ฝนที่ตกลงมา แต่อยู่ที่ความชื้นที่ค้างอยู่ในเนื้อผนัง บทความนี้สรุปว่าต้องเช็คอะไรบ้าง เช็คยังไงถ้าไม่มีเครื่องวัด เลือกรองพื้นตัวไหนให้ทนความชื้นไหว และงานแบบไหนที่ควรรอไปก่อนดีกว่า
23 ส.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy